เทคนิควิเคราะห์บอลเดี่ยวแบบครบจงวร
การวิเคราะห์บอลเดี่ยว หรือที่หลายคนชอบเรียกกันแบบยาวๆว่า “วิเคราะห์บอลก่อนเริ่มการแข่งขัน” เพื่อหาโอกาสความได้เปรียบ และความน่าจะเป็นในสถานการณ์ต่างๆ ดูว่าทีมที่เชียร์วันนี้มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนในการเก็บคะแนนเพื่อก้าวขึ้นไปสู่อันดับที่สูงขึ้น
แต่ในเกมการแข่งขันมีองค์ประกอบหลายอย่างมากๆที่ส่งผลต่อการ “วิเคราะห์บอล” ทั้งเรื่องตัวของนักเตะ โค้ช หรือสนามการแข่ง แม้กระทั่งปัจจัยเล็กๆน้อยๆ อย่างสภาพอากาศ หรือ เสียง ก็ส่งผลต่อการแข่งขันจริงทั้งนั้น ถ้าหากต้องการวิเคราะห์อย่างเต็มรูปแบบจำเป็นต้องดูทุกส่วนเพื่อประกอบกัน ทำเอาหลายคนปวดหัวทุกครั้งที่ต้องวิเคราะห์บอลเลยล่ะครับ
จากประสบการณ์ตรงทุกการวิเคราะห์มีส่วนที่ต้องให้น้ำหนักมาก และน้ำหนักน้อยต่างกันไป ซึ่งถูกรวบรวมเป็นไกด์ไลน์ให้แล้วในบทความนี้
เทคนิค วิเคราะห์บอลเดี่ยว ข้อแรก : เริ่มจาก ลีก สโมสรทีม และ อันดับในตาราง
1.1 ลีก
ลีกเป็นตัวกรองชั้นเยี่ยมจากบอลหลักร้อยคู่ต่อวัน เพราะ โลกของลูกหนังจะมีลีกที่ข้อมูลเยอะ แน่น ให้วิเคราะห์อย่างเช่น พรีเมียร์ลีก ลาลีกาสเปน และ บุนเดสลีกา เป็นต้น กับลีกที่แทบไม่มีข้อมูลเลย เช่น ลิทัวเนีย เป็นต้น
การเลือกวิเคราะห์บอลจากลีกที่มีข้อมูลมากกว่าจะช่วยให้มีการเปรียบเทียบสถิติได้แบบชัดเจน โดยไม่ต้องใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสิน เพราะตัวเลขความน่าจะไม่เคยโกหก
แถมการเลือกลีกยังเป็นตัวช่วยตัดภาระของการวิเคราะห์ออกไปได้มากกว่าครึ่งอีกด้วย และเมื่อระยะเวลาผ่านไป ความชำนาญของการวิเคราะห์บอลในลีกนั้นๆจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆจนเหมือนแฟนบอลคนหนึ่งที่รู้ว่าทีมนี้กำลังเจอกับปัญหาอะไร ทีมนี้เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น หรือแย่ลงเป็นต้น
แปลว่า ลีกที่จะเลือก ควรเลือกลีกที่มีข้อมูลให้ดึงมาวิเคราะห์บอลเดี่ยวดีกว่าเลือกลีกที่ไม่มีข้อมูลเชิงสถิติ
1.2 สโมสรทีม
สำหรับสโมสรทีมต่างๆจะมีเรื่องของการ “แพ้ทาง” และ “ระดับชั้น” ซ่อนอยู่ในทุกลีกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในการวิเคราะห์จะออกได้ 6 รูปแบบหลัก คือ
– ระดับชั้นสูง (ทีมเก่ง) เจอกับ ระดับชั้นสูง (ทีมเก่ง)
– ระดับชั้นสูง (ทีมเก่ง) เจอกับ ระดับชั้นกลาง (ทีมกลางตาราง)
– ระดับชั้นสูง (ทีมเก่ง) เจอกับ ระดับชั้นล่าง (ทีมท้ายตาราง)
– ระดับชั้นกลาง (ทีมกลางตาราง) เจอกับ ระดับชั้นกลาง (ทีมกลางตาราง)
– ระดับชั้นกลาง (ทีมกลางตาราง) เจอกับ ระดับชั้นล่าง (ทีมท้ายตาราง)
– ระดับชั้นล่าง (ทีมท้ายตาราง) เจอกับ ระดับชั้นล่าง (ทีมท้ายตาราง)
ทั้ง 6 รูปแบบหลัก หากคิดแบบง่ายๆโดยไม่เอาข้อมูลอื่นมาเทียบก็สามารถเลือกทีมที่มีความได้เปรียบได้เลยทันทีครับ เช่น รูปแบบที่ 5 ทีมกลางตาราง เจอกับ ทีมท้ายตาราง ไม่ว่ายังไงอันดับในตารางบ่งบอกชัดเจนว่า ทีมที่อยู่กลางตารางทำผลงานได้ดีกว่าจึงขึ้นไปอยู่กลางตาราง และทีมที่ทำผลงานได้แย่กว่าก็ต้องตกไปอยู่ท้ายตาราง
เมื่อทั้ง 2 ทีมนี้มาเจอกัน ต้องให้ภาษีกับทีมที่เปรียบดูแล้วมีประสิทธิภาพมากกว่าอย่างทีมกลางตาราง เป็นต้นครับ
1.3 บอลแพ้ทาง
แต่เมื่อมีการนำข้อมูลการ “แพ้ทาง” มาเทียบจริง การวิเคราะห์อาจจะเปลี่ยนแปลงทันที ยกตัวอย่างเช่น
ทีมท้ายตารางได้เล่นในบ้าน และทีมกลางตารางเป็นฝ่ายมาเยือน
แถมทุกครั้งที่ทีมท้ายตารางทีมนี้ได้เล่นในบ้าน มักจะทำผลงานได้ดีกว่า ทีมกลางตาราง เสมอ
แบบนี้แปลว่า โอกาสที่ทีมเยือนจะพลาดท่าเสียแต้มสูงขึ้นทันที เนื่องจากเป็นทีมที่แพ้ทางกันอย่างลงตัวนั่นเอง
สำหรับการแพ้ทางนั้นดูได้ง่ายมากผ่านสิ่งที่เรียกว่า H2H ในภาษาฟุตบอล คือ ประวัติการแข่งขัน และสถิติที่ทั้ง 2 ทีมนี้เคยเจอกันมาทั้งหมดจบลงด้วยสกอร์เท่าไหร่บ้าง แค่เข้าไปดูตรงนี้ก็สามารถดูบอลแพ้ทางได้แล้ว
เทคนิค วิเคราะห์บอลเดี่ยว ข้อสอง : แรงจูงใจมีผลต่อการวิเคราะห์เสมอ
นอกจาก ลีก สโมสร ระดับชั้นในลีก และการแพ้ทางของทีมบอลแล้ว ยังมีเรื่องที่สำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลยอย่าง “แรงจูงใจ” เพราะถ้าหากในเกมนั้นมีแรงจูงใจที่มากพอตัวแรงจูงใจนี้จะกลายเป็นตัวตัดสินหลักของเกมการแข่งขันในทันที
2.1 แรงจูงใจ
ด้านแรงจูงใจมีผลอย่างมาก เพราะเป็นตัวชี้นำผลของการลงแข่งขันว่าควรเล่นแบบจริงจัง หรือนัดนี้สามารถปล่อยผ่านแพ้ได้เลย เป็นต้น
ยกตัวอย่างเช่น หากทีมอันดับ 1 ของตาราง เจอกับ ทีมกลางตารางอันดับ 10 หากมองกันแบบปกติ ไม่ว่าจะเป็นด้านฝีมือ ด้านนักเตะ หรือบอลแพ้ทางยังไงก็เอียงไปฝั่งอันดับ 1 ของตารางอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน
แต่สิ่งที่จะเป็นตัวพลิกเกม คือ “แรงจูงใจ” ที่เกิดขึ้นก่อนการแข่งขัน ถึงแม้ทีมอันดับ 1 ของตารางจะเก่งจริง แต่ถ้าหากมีคะแนนสะสมขาดลอยจากอันดับ 2 ถึง 15 คะแนน และนัดหน้าจะต้องเจอกับทีมแกร่งเหมือนกัน โอกาสที่นัดนี้จะปล่อยแพ้เพื่อให้นักเตะพักฟื้น เลี่ยงการบาดเจ็บ และตัวสำรองมีโอกาสได้สัมผัสกับการแข่งขันจริงมีสูงมาก
เนื่องจาก ถึงแม้จะแพ้นัดนี้คะแนนก็ยังนำอยู่ถึง 12 คะแนน ไม่มีความเสี่ยงต่ออันดับเลยแม้แต่นิดเดียว แถมนักเตะยังได้พักฟื้น ไม่ต้องลงสนามไปเสี่ยง ถ้าหากเกิดการบาดเจ็บขึ้นมานัดหน้าที่ต้องเจอกับทีมแกร่งจากที่ได้เปรียบอาจจะกลายเป็นเสียเปรียบจากการบาดเจ็บของนักเตะได้ แถมตัวสำรองก็ยังมีโอกาสได้ลงเล่นจริงเพื่อสะสมประสบการณ์อีกด้วย
เพราะฉะนั้นแล้ว แรงจูงใจ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลยแม้แต่นัดเดียว ซึ่งในทางกลับกัน ถ้านัดนั้นทั้งสองทีมมีแรงจูงใจที่ต้องชนะเท่านั้นเหมือนกัน ก็สามารถวิเคราะห์จากสถิติ บอลแพ้ทาง และความสามารถของสโมสรได้แบบตรงตัว
2.2 แรงจูงใจที่รุนแรง
เชื่อว่าในเกมทุกฤดูกาลจะเจอกับการแข่งขันที่มีแรงจูงใจที่รุนแรงด้วยกันทั้งคู่ และใช้สถิติดูแล้วไม่สามารถตีความออกได้เลย ในสถานการณ์แบบนั้นจะทำยังไง?
ยกตัวอย่างเช่น
ทีม A เป็นทีมที่เก่งมากในฤดูกาลที่แล้ว แต่ฟอร์มตกลงมาเรื่อยๆจนไปถึงโซนอันตรายอย่าง “โซนตกชั้น” เจอกับ ทีมอันดับ 2 ที่กำลังพยายามขึ้นเป็นอันดับ 1 เพื่อ “คว้าแชมป์”
ทั้ง 2 ทีมนี้ต่างดิ้นรนเพื่อชัยชนะทั้งคู่ ทีมนึงถ้าแพ้จะตกชั้นทันที ซึ่งเป็นอะไรที่โค้ช และ นักเตะ รวมถึงแฟนบอลไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุด ส่วนอีกทีมกำลังจะกลายเป็นแชมป์หากชนะนัดนี้ แต่ด้วยศักยภาพของทีมที่สูสีกันมากในอดีตจึงทำให้วิเคราะห์ออกมาได้ยากมาก รูปเกมแบบนี้จะตัดสินใจยังไง?
แนะนำว่าให้เลือกฝั่งที่ “คุณภาพทีม” เหนือกว่าจะเป็นแต้มต่อที่ชัดเจน และมีโอกาสสร้างความน่าจะเป็นในการทำประตูที่สูงกว่าในการแข่งขัน
เทคนิค วิเคราะห์บอลเดี่ยว : ข้อสาม ดัชนีความได้เปรียบ และอัตราความน่าจะเป็น
สำหรับข้อนี้จะเป็นตัวการันตีการวิเคราะห์ทั้งหมดที่ผ่านมาว่า “สถาบัน” หรือสำนักวิเคราะห์คิดตรงกับเราไหม หรือมีอะไรที่เราพลาดไปบ้าง
3.1 ดัชนีความได้เปรียบ และ อัตราความน่าจะเป็นในการวิเคราะห์บอลเดี่ยว
สำหรับมุมมองหลังจากการหาข้อมูล แล้วควรเอามาเทียบกับสำนักวิเคราะห์ที่มีความเชี่ยวชาญว่า “กำลังมองตรงกัน” หรือไม่ เพราะถ้าหากไม่มีการผิดพลาด แปลว่า สิ่งที่เราวิเคราะห์และคาดการณ์ ดัชนีความได้เปรียบจะตรงกับผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์เช่นกันครับ
แต่ในทางกลับกัน ถ้าวิเคราะห์แล้วมองว่า ทีม A มีอัตราความน่าจะเป็นในการคว้าชัยที่เยอะกว่า แต่สำนักวิเคราะห์กลับคิดว่า ทีม B มีความน่าจะเป็นที่จะคว้าชัยมากกว่า หากเป็นแบบนี้อาจจะต้องกลับไปทบทวนว่าสิ่งที่ดูมาพลาดตรงไหนไปหรือไม่ ถ้าหากไม่ได้พลาดตรงไหนเลย ก็สามารถยัดหลักตามสถิติได้เช่นกัน
3.2 ดัชนีความได้เปรียบสอดคล้องกับสถิติหรือไม่
สำหรับดัชนีความได้เปรียบของสำนักวิเคราะห์บางเจ้าอาจจะบ่งบอกถึงการทำประตูมากถึง 3 ประตูสำหรับทีม A แต่สถิติ H2H และค่า xG ในอดีตไม่สอดคล้อง อาจจะต้องพิจารณาใหม่อีกครั้ง หรือข้ามไปก่อนก็ทำได้เหมือนกัน
ห้ามมองข้ามสภาพร่างกายของนักเตะ
สำหรับนักเตะที่เป็นกำลังหลักของทีม สภาพร่างกายเป็นส่วนสำคัญมากที่ต้องจับวิเคราะห์ให้ถูก เพราะหากนักเตะคนสำคัญที่มีส่วนเดินเกมบาดเจ็บ หรือติดโทษแบนไม่สามารถลงแข่งในนัดนั้นๆได้ อาจทำให้สถิติที่ผ่านมาผิดเพี้ยนได้ทันที
ยกตัวอย่างเช่น
ปีกซ้ายตัวเก่งส่งบอลทำจังหวะได้เข้าขากับนักเตะในทีมมาก แต่นัดนี้ไม่ได้ลงแข่ง แปลว่า การส่งบอลทำจังหวะบุกอาจจะติดชะงัก หรือ ไม่สามารถบุกได้ตามฟอร์มเหมือนในอดีต
เพราะฉะนั้นก่อนการแข่งขั้น 1 ชั่วโมงจะมีประกาศรายชื่อนักเตะห้ามลืมเข้าไปเช็คเด็ดขาด
ทริคง่ายๆสำหรับมือใหม่ : แนะนำว่าให้ลองถามเอไอดูได้เลยว่าทีมไหนใครเป็นตัวเก่งที่ไม่สามารถขาดไปได้ จากนั้นรอดูรายชื่อนักเตะที่ประกาศออกมาก่อนถึงทำการตัดสินใจ
สภาพอากาศ และปัจจัยภายนอกมีผลต่อการวิเคราะห์เช่นกัน
สภาพอากาศที่แตกต่างกันย่อมส่งผลให้เกิดผลลัพธ์บนสนามแข่งที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ฝนตกหนักทำให้สนามแฉะ หรือ หิมะตกอาจทำให้มีแรงซับก่อนที่เท้าจะถึงลูก รวมถึงไปการที่ต้องบินข้ามทวีปจากร้อนจัดไปหนาวจัดย่อมส่งผลโดยตรงต่อสภาพร่างกายของนักเตะ ใครที่เคยนั่งเครื่องบินนานๆจะรู้ดีว่า การพักผ่อนบนเครื่องบินนั้นไม่สามารถพักได้อย่างเต็มที่ 100% เลย
ทริคเล็กน้อยสำหรับสภาพอากาศแต่ละประเภท
ฝนตก : หากเกิดน้ำขังลูกบอลจะไหลได้ช้ากว่าปกติมาก
หิมะตก : หากตกหนักจะบดบังวิสัยการมองเห็น และ สนามจะลื่นมาก
อากาศร้อน : นักเตะทุกคนจะเหนื่อยง่ายกว่าปกติ และ ในสนามจะกลายเป็นรูปแบบ “ล้า” ทันที
ภาพรวมของการวิเคราะห์บอลเดี่ยวก่อนเริ่มแข่ง
สุดท้ายแล้วเราจะต้องเอาข้อมูลทั้งหมดที่วิเคราะห์ได้มาตัดสินใจ ว่า สถิติที่รวบรวมมาทั้งหมดนั้นเอนเอียงไปทางฝั่งไหนมากกว่ากัน หากฝั่งไหนมีสถิติที่ดีกว่า และความน่าจะเป็นสอดคล้อง ทั้งสโมสร อันดับในตาราง บอลแพ้ทาง แรงจูงใจชัดเจน รวมถึงดัชนีความได้เปรียบของสำนักวิเคราะห์สอดคล้องกับที่เราวิเคราะห์ก็ถือว่ามีโอกาสสูงมากที่จะถูกต้อง
ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ หน้าแรก